ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(โทโฮะกุ)

ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอนชู คือ ภูมิภาคโทโฮะกุ ดินแดนที่ราบสูงซึ่งยังคงธรรมชาติอันสวยงาม และ วิถีชีวิตขนบประเพณีญี่ปุ่นแบบโบราณ มีภาพลักษณ์แบบชนบท ที่เต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งของน้ำพุร้อนจำนวนนับไม่ถ้วนที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในแล้วต่างประเทศ เนื่องจากบ่อน้ำพุร้อนเหล่านี้มีคุณสมบัติในการรักษา และบำบัดโรคมายาวนาน อีกทั้งยังมีเทศกาลรื่นเริงที่น่าตื่นตาตื่นใจ ตลอดช่วงสั้นๆ ของฤดูร้อน ภูมิภาคโทโฮะกุมีอากาศเย็นสบายตลอดแม้ว่าจะเป็นฤดูร้อน และยังเป็นแหล่งผลิตข้าวที่สำคัญของญี่ปุ่น

เมืองเซนได (Sendai) เป็นเมืองศูนย์กลางทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แม้ว่าจะเป็นเมืองที่ทันสมัยและใหญ่โต แต่กลับผสมผสานกับธรรมชาติอย่างได้สมดุล เช่น แม่น้ำฮิโรเซะที่ไหลผ่านกลางเมือง ต้นเคยะขิเขียวชอุ่มตลอดแนวตลอดถนน และสวนสาธารณะใจกลางเมือง ทำให้เซนไดได้สมญาว่าเป็นเมืองแห่งต้นไม้ เมืองเซนได ยังถูกเรียกว่า ประตูสู่ชายฝั่งแปซิฟิก เนื่องจากสามารถเดินทางไปมะทสุชิมะได้ ในเวลาเพียง 30 นาที นักท่องเที่ยวจะได้พบกับชายฝั่งทะเลที่มีชื่อเสียง 1 ใน 3 ของสถานที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น เมื่อมองออกไปจะเห็นทิวทัศน์ของอ่าว มีเกาะเล็กเกาะน้อยกระจัดกระจายอยู่มากมาย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีบริการเรือท่องเที่ยวรอบอ่าว เพื่อชมวิวได้รอบทิศอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

เมืองฮิระอิซุมิ

เมืองฮิระอิซุมิ

เมืองฮิระอิซุมิ (Hiraizumi) ตั้งอยู่ด้านใต้ของจังหวัดอิวะเตะ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ถือเป็นแม่แบบของเมืองเกียวโต และยังเป็นที่ตั้งของมรดกโลกทางวัฒนธรรมด้านพุทธศาสนาแห่งที่ 12 คือ วัดจูซงจิ (Chusonji Temple) ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1109 ถือเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของเมืองฮิระอิซุมิแห่งนี้ ภายในวัดมีวิหารทองคำ คอนจิกิโด สิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดของฮิระอิซุมิ เป็นสถาปัตยกรรมขนาดเล็กรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส ตัววิหารเคลือบดำและปิดด้วยทองคำเปลวทุกด้าน ซึ่งแต่เดิมวิหารนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปถึง 11 องค์

เมืองอะโอะโมะริ

เมืองอะโอะโมะริ

เมืองอะโอะโมะริ (Aomori) คือ เมืองหลวงของจังหวัดอะโอะโมะริ ตั้งอยู่กึ่งกลางของจังหวัดระหว่างชายฝั่งด้านใต้ของอ่าวมัซึซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของเมือง และภูเขาฮักโกดะทางทิศใต้ เป็นศูนย์กลางพาณิชยกรรมของจังหวัดอะโอะโมะริ โดยเน้นไปที่อุตสาหกรรมบริการ อะโอะโมะริยังมีงาน เทศกาลเนะบุตะที่โด่งดัง ในเดือนสิงหาคม เปรียบเสมือนเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ที่ดึงดูดผู้คนที่มีใจรักความสนุกสนาน ได้จากทั่วทุกสารทิศเลยทีเดียวใกล้ๆ กันกับเมืองแห่งนี้ยังมีสถานที่ที่น่าสนใจมากมาย เช่น หุบเขาโอะอิระเซะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติโทะวะดะ-ฮะจิมังไต ใจกลางอุทยานมีทะเลสาบโทะวะดะ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีเสน่ห์ที่สุดในญี่ปุ่น ทางตะวันออกของชายฝั่งมีหุบเขาโอะอิระเซะ ทอดยาว 14 กม. หากเดินไปตามริมช่องแคบ ระหว่างหุบเขาที่เต็มไปด้วยป่าทึบ จะพบกับทิวทัศน์ของลำธารกระจ่างใส อีกทั้งน้ำตกน้อยใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีโบราณสถานของซันนะอิ-มะรุยะมะ (Sannai-Maruyama Site) ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนโจมง เมื่อประมาณ 4,000–5,000 ปีที่แล้ว เป็นโบราณสถานใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

เมืองอะกิตะ

เมืองอะกิตะ

เมืองอะกิตะ (Akita) เป็นศูนย์กลางและเมืองหลวงของจังหวัดอะกิตะ ถือเป็นเมืองสำคัญในภูมิภาคโตโฮะกุ ที่นี่จะมี งานเทศกาลคันโต ในเดือนสิงหาคม เป็นเทศกาลแห่งโคมไฟในฤดูร้อนที่มีชื่ออีกเทศกาลหนึ่งของภูมิภาคโทโฮะกุ ใกล้กับเมืองอะกิตะมีเทือกเขาชิระกะมิ-ซันจิ ซึ่งทอดตัวอยู่ระหว่างเมืองอะโอะโมะริกับเมืองอะกิตะ บนเทือกเขามีป่าบีชโบราณที่กว้างใหญ่ ที่ธรรมชาติยังคงดำรงรักษาเอาไว้ หากนักท่องเที่ยวท่านใดเป็นนักไต่เขาตัวยงคงจะต้องแวะที่เทือกเขาแห่งนี้ เนื่องจากมีการจัดพื้นที่เฉพาะสำหรับนักไต่เขาอีกด้วย

เมืองฮิโระซะกิ

เมืองฮิโระซะกิ

เมืองฮิโระซะกิ (Hirosaki) เป็นเมืองหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดอะโอะโมะริ โดยมีลักษณะเป็นเมืองป้อมปราการ ในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี จะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศเดินทางมาปราสาทฮิโระซะกิที่เป็นศูนย์กลางการปกครองของซามูไรตระกูลทสึงะรุ เพื่อมาชมซากุระบานบานสะพรั่งกว่า 5,000 ต้น ปัจจุบันฮิโระซะกิเป็นเมืองที่มีผลผลิตแอปเปิลมากที่สุดในญี่ปุ่น

เมืองคะคุโนะดาเตะ

เมืองคะคุโนะดาเตะ

เมืองคะคุโนะดาเตะ (Kakunodate) มีหมู่บ้านเก่าแก่อายุกว่า 390 ปี ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าซามูไร แผนผังของหมู่บ้านซามูไรแห่งนี้มีถนนที่กว้างขวาง ซึ่งยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งก่อตั้งชุมชน ที่ย้ายถิ่นฐานมาจากเกียวโต เมื่อปี ค.ศ. 1860 เนื่องจากยังไม่เคยเกิดภัยธรรมชาติร้ายแรงใดๆ มาก่อนแม้แต่ครั้งเดียว ปัจจุบันบ้านเรือนภายในหมู่บ้านได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และภัตตาคารเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ยกเว้นแต่เพียงหลังเดียวที่ทายาทแห่งสายเลือดซามูไร รุ่นที่ 12 ยังคงพักอาศัยอยู่ในบ้านของตระกูลอายุกว่า 200 ปี นั่นคือบ้านของตระกูลอิชิกุโระ

เมืองยะมะงะตะ

เมืองยะมะงะตะ

เมืองยะมะงะตะ (Yamagata) เมืองหลวงแห่งผลไม้และธรรมชาติอลังการ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการอาบน้ำแร่และสกีฤดูหนาว เป็นเมืองแห่งผลไม้นานาชนิด เช่น เชอรี่ องุ่น ลูกแพร ฯลฯ หากต้องการเล่นสกีก็มีภูเขา Zao ซึ่งเป็นแหล่งสกีที่ดีที่สุดของทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น หรือจะพักผ่อนด้วยการแช่น้ำร้อนก็สามารถทำได้เช่นกันที่บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้ง Zao Onesn ตั้งอยู่ที่ปากทางอุทยานแห่งชาติ Zao มีชื่อเสียงมาช้านานว่าเป็นรีสอร์ทบ่อน้ำพุร้อนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง โดยสามารถสามารถรองรับนักท่องเที่ยได้ถึง 200 คน ยิ่งไปกว่านั้นในแถบเทือกเขาซะโอ ยังมีทะเลสาบ ” Okama” ที่เกิดจากการยุบตัวของปากปล่องภูเขาไฟเป็นหลุมคล้ายหม้อ ปริ่มไปด้วยน้ำสีที่สามารถเปลี่ยนสีได้หลายครั้งใน 1 วัน จึงมีชื่อเรียกว่า Goshiki-numa (บึงห้าสี) ถือเป็นอีกสถานที่เที่ยวที่ไม่ควรพลาด

เมืองไอซุ วะกะมะทสุ

เมืองไอซุ วะกะมะทสุ

เมืองไอซุ วะกะมะทสุ (Aizuwakamatu) เมืองเก่าที่มีปราสาททสุรุงะตั้งตระหง่าน อยู่กลางเมืองอย่างสง่างาม นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไฟจากโตเกียวมายังเมืองแห่งนี้ โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที นอกจากนี้ยังมีภูเขาบันได ซึ่งมีเส้นทางเหมาะที่จะนั่งรถชมใบไม้เปลี่ยนสในฤดูใบไม้ร่วง ทะเลสาบอินะวะชิโระ และสกีรีสอร์ทในฤดูหนาวด้วย

อ่านต่อ ...

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>