ภาคตะวันตก (จูโงะกุ)

ภูมิภาคจูโงะกุ

ภูมิภาคจูโงะกุ

ภูมิภาคจูโงะกุ นั้นตั้งอยู่ทางส่วนปลายสุดของเกาะฮอนชูทางทิศตะวันตก ทิศเหนือติดทะเลญี่ปุ่น ทิศใต้ติดกับทะเลในเซะโตะนะอิกะอิ และยังเป็นที่ตั้งของ 5 จังหวัดในญี่ปุ่นอีกด้วย ซึ่งภูมิภาคนี้จะถูกแบ่งเป็น 2 ด้าน โดยเทือกเขาชูโงะกุ โดยด้านที่อยู่ทางฝั่งทะเลญี่ปุ่นเรียกว่า San-In แปลว่าร่มเงาของภูเขา ได้แก่จังหวัดทตโตะริ ชิมะเนะ และตอนเหนือของจังหวัดยะมะงุชิ ภูมิอากาศของด้านนี้จะมีแดดจ้าในฤดูร้อน ฤดูหนาวอากาศจะหนาวเย็น มรสุมจากทางตะวันตกเฉียงเหนือทำให้มีหมอกจัดและเมฆหนาทึบ ส่วนอีกด้านหนึ่งเรียกว่า San-Yo คือทางฝั่งทะเลใน ประกอบด้วยจังหวัดโอะกะยะมะ ฮิโระชิมะ และทางตอนใต้ของจังหวัดยะมะงุชิ มีสภาพอากาศอบอุ่นสบายตลอดปี ปริมาณน้ำฝนมีไม่มาก มีแสงแดดจ้าเป็นส่วนใหญ่ จุดเด่นของภูมิภาคนี้ คือ ปราสาท สถาปัตยกรรม และศิลปหัตถกรรมโบราณ รวมถึงเนินทรายเลื่องชื่อแห่งทตโตะริ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยหมู่บ้านตามทิวเขา เมืองที่เงียบสงบสวยงาม หมู่บ้านประมงชายทะเล ซึ่งคงกลิ่นอายของญี่ปุ่นดั้งเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี

เมืองโอะกะยะมะ

เมืองโอะกะยะมะ

-เมืองโอะกะยะมะ สามารถเดินทางจากชิน-โอซาก้าได้ โดยรถไฟด่วนพิเศษชินกันเซน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยเมืองแห่งนี้ถือเป็นประตูสู่ภูมิภาคจูโงะกุและเกาะชิโกะกุ ภายในเมืองมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง คือ สวนโคระกุเอน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมาชมความงามของธรรมชาติ ภายในสวนจะเต็มไปด้วยดอกไม้นานาๆ พันธุ์ ที่คอยผลัดเปลี่ยนออกดอกอวดโฉมกันตลอดทั้งปี โดยสวนแห่งนี้ถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่สร้างขึ้นในปี 1700 โดยตระกูลขุนนางยุคศักดินาโอะกะยะมะ ใช้เวลาสร้างยาวนานถึง 14 ปีกว่าจะเสร็จสมบูรณ์

เมืองคุระชิกิ

เมืองคุระชิกิ

-เมืองคุระชิกิ คืออีกหนึ่งเมืองประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงทางด้านท่องเที่ยวของจังหวัด โอะกะยะมะ ตั้งอยู่บนชายฝั่งแม่น้ำทะกะฮะชิ และทะเลเซะโตะ ถือเป็นเมืองเก่าที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในสมัยเอโด โดยได้รับการเก็บรักษาให้คงสภาพเดิมตั้งแต่ปี ค.ศ.1969 ทำให้สามารถยังคงความงดงามจากในอดีตไว้ได้อย่างครบถ้วน ทำให้ภายในเมืองเต็มไปด้วยร้านเก่าแก่ มีหลังคาบ้านเป็นลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งเป็นเสน่ห์ของเมืองคุระชิกิ นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์ โดยพิพิธภัณฑ์ขึ้นชื่อของเมืองนี้ คือ ห้องแสดงศิลปะโอฮะระ ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1930 เพื่อใช้เป็นสถานที่รวบรวมภาพวาด และงานแกะสลักที่มีชื่อเสียงระดับโลก รวมถึงงานหัตถกรรมแบบญี่ปุ่นพื้นเมืองและผลงานศิลปะชิ้นเยี่ยม ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตามแบบฉบับของ

เมืองฮิโรชิม่า

เมืองฮิโรชิม่า

-เมืองฮิโรชิม่า เคยได้รับความเสียหายครั้งใหญ่จากการทิ้งระเบิดปรมาณู ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ในปัจจุบันได้มีการปรับปรุงเมืองให้มีความสวยงานจนกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น ทำให้บรรดานักท่องเที่ยวที่มาเยือนญี่ปุ่น มักจะไม่พลาดที่จะมาเยือนเมืองแห่งนี้ด้วย ภายในเมืองยังเป็นที่ตั้งของแหล่งมรดกโลก ที่มีชื่อเสียงในระดับโลก นั่นคือ อนุสรณ์สถานสันติภาพฮิโรชิมา ซึ่งเป็นที่ตั้งของฮิโรชิมาโดม โครงสร้างที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในพื้นที่ซึ่งถูกระเบิดปรมาณูครั้งแรก เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ปี ค.ศ.1945 นอกจากนี้ยังมีสวนอนุสรณ์สันติภาพที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเช่นเดียวกัน บริเวณใกล้ๆ กันนี้ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพ ที่รวบรวมภาพถ่ายขนาดใหญ่ และสิ่งของต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทิ้งระเบิดปรมาณูในครั้งนั้น สำหรับนักเที่ยวที่ชื่นชอบปราสาทแบบญี่ปุ่น ที่เมืองแห่งนี้ก็มีเช่นกัน นั่นก็คือปราสาทฮิโรชิมาที่มีความสูงทั้งหมด 5 ชั้น ถูกล้อมรอบด้วยคูน้ำ ซึ่งปราสาทแห่งนี้นั้นเป็นปราสาทไม้ที่ถูกสร้างใหม่หลังจากช่วงสงครามผ่านพ้นไปแล้ว

เกาะมิยะจิมะ

เกาะมิยะจิมะ

-เกาะมิยะจิมะ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 30 ตารางกิโลเมตร อีกทั้งยังได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลให้เกาะแห่งประวัติศาสตร์อีกด้วย ถือเป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์ที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง เกาะแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าเก่าแก่ชื่อว่า อิทสุกุชิมะ สร้างครั้งแรกในศตวรรษที่ 6 สมัยพระจักรพรรดิสุอิโกะ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมทะเลของเกาะ โดยตัวอาคารศาลเจ้าจะเชื่อมต่อกับทางเดินที่ทอดยาวออกไปเหนือน้ำ ดังนั้น เวลาระดับน้ำขึ้นสูงจนทางเดินจมหายไป จะมองเห็นแต่เพียงตัวอาคารลอยอยู่กลางทะเล ทางเข้าศาลเจ้าที่มีลักษณะเป็นซุ้มสองเสาทำจากต้นการบูรแดงที่ผุดขึ้นกลางทะเล ถือเป็นสัญลักษณ์โดดเด่นของศาลเจ้านี้ นอกจากนี้ศาลเจ้าอิทสุกุชิมะ ยังได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย ส่วนงานเทศกาลที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างเฝ้ารอ คือ งานเทศกาลคันเกนไซ โดยจะจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม หรือเดือนสิงหาคม ในทุกๆ ปี

เมืองฮะงิ

เมืองฮะงิ

-เมืองฮะงิ เป็นเมืองเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่น ภายในเมืองแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของปราสาทที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ อีกทั้งเป็นที่อยู่ของบรรดาเหล่าซามุไรฝีมือเยี่ยมที่มีชื่อเสียงจากในอดีต นอกจากนี้ยังมีของขึ้นชื่อประจำเมืองที่เรียกได้ว่า หากแวะว่าเมืองฮะงิแล้ว ก็น่าจะซื้อมีติดไม้ติดมือกันไปบ้าง นั่นก็คือ เครื่องปั้นดินเผาฮะงิยะกิ นั่นเอง

เมืองทตโตะริ

เมืองทตโตะริ

-เมืองทตโตะริ เป็นเมืองหลวงของจังหวัดทตโตะริ ภายในเมืองสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายแห่ง แต่ที่เป็นไฉไลท์คือ เนินทรายทตโตะริ ซึ่งกินพื้นที่มากกว่า 30 ตารางกิโลเมตร และจะเกิดลวดลายต่างๆ ที่มีความสวยงาม ในยามที่ผิวทรายถูกลม และฝน ด้วยความสวยงามของพื้นผิวของสันทรายนี้เอง ที่ทำให้บรรดานักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างต้องการที่จำเดินทางมาดูด้วยตาของตัวเองให้ได้สักครั้ง หลังจากที่ชมความงามของธรรมชาติไปแล้วก็มาชมความงามจากฝีมือมนุษย์กันบ้าง โดยสถานที่ที่จะแนะนำ คือ ปราสาททตโตะริ ปราสาทเก่าแก่ของประเทศที่สร้างเพื่อช่วยป้องกันการโจมตีจากฝ่ายข้าศึก โดยมีการเสริมเหล็กที่บริเวณกำแพงของทุกด้าน ซึ่งปัจจุบันปราสาทแห่งนี้ ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

เมืองอิซุโมะชิ

เมืองอิซุโมะชิ

-เมืองอิซุโมะชิ เป็นสถานที่ตั้งของศาลเจ้าอิซุโมะไทชะ ศาลเจ้าที่มีความโบราณที่สุดของญี่ปุ่นอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งมีประวัติเป็นพันปี โดยศาลเจ้าแห่งนี้มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ในเรื่องของการทำให้ชีวิตสมรสประสบแต่ความราบรื่น และมีความผาสุกในการครองคู่ เนื่องจากเชื่อกันว่าศาลเจ้าแห่งนี้เป็นประทับของเทพเจ้าแห่งความสุขและการสมรส ทำให้ตลอดทั้งปีมีหญิงสาวที่ศรัทธาเดินทางมาสักการะบูชาที่ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นจำนวนมาก

อ่านต่อ ...

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>